PHP infoBoard v.5 PERFECT
องค์ความรู้เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2
 
บทสรุป กว่า 5 ปี “ผักหวานป่า” สวนสมชาย เมืองมุกดาหาร

[ ผู้ดูแล : admin - 19/06/2011 - 09:38 ] Admin

 

ทคโนฯการเกษตร

สมชาย นนทฤทธิ์

 

นับแต่ผู้เขียนเริ่มปลูกผักหวานป่า ไม่ว่าด้วยต้นพันธุ์จากถุงเพาะ ขุดจากป่ามาปลูก ปลูกด้วยเมล็ด ปลูกด้วยกิ่งตอน และปลูกด้วยถุงเพาะแบบถุงยาว ต่างๆ เหล่านี้ ได้เขียนนำลงในเทคโนโลยีชาวบ้านทั้งสิ้น เวลาล่วงเลยเกิน 5 ปีแล้ว หลายท่านคงอยากทราบผลที่ได้รับ ว่าดีหรือเลวอย่างไร หรือว่าล้มต้มคนอ่านเท่านั้น ยังอยู่ครับท่าน และยังจะทำต่อไป เพราะคิดโดยถ่องแท้แล้วมีทางเดินได้แน่นอน

 

 การปลูกด้วยต้นกล้า ถุงสั้น  

 และถุงยาว ลงเอยอย่างไร  

ต้นกล้าผักหวานป่า ที่เพาะลงถุงสั้น 4-5 นิ้ว ซึ่งซื้อหาจากผู้เพาะต้นกล้าขาย ได้ปลูกไปก่อนการปลูกแบบต่างๆ ทั้งหมด ผลที่ได้รับ ไม่เกินร้อยละ 3 สาเหตุการเพาะแบบถุงสั้น รากแก้วผักหวานป่าจะขดตัวที่ก้นถุง แต่เมื่อนำลงปลูกมิใช่ว่าจะตายทันทีทันใด จะมีอาการทรงตัวและค่อยๆ ทรุดไปเรื่อยๆ เป็นขวบปี สุดท้ายก็คือ ตายไป จะเหตุเพราะไม่มีอาหารหรือเจ้าของไม่สนใจได้ทั้งสองอย่าง

 

ต้นกล้าที่เพาะแบบถุงยาว 8-12 นิ้ว ทำไม จึงแตกต่างกันกับถุงสั้น ที่ต่างกันเพราะว่าเมล็ดผักหวานป่าเมื่อแทงรากออกมาแล้ว จะแทงรากแก้วไปเรื่อยๆ ใช้เวลาอย่างน้อย 1-3 เดือน ตามแต่สภาวการณ์ เมื่อถึงเวลาที่กล่าวจึงจะแตกยอดเป็นต้นขึ้นมา เมื่อใช้ถุงยาวเพาะรากแก้วมีทางเดินเต็มที่ จึงไม่ขดตัว รอบรากแก้วจะแตกรากฝอย หรือรากแขนงเป็นจุดๆ เตรียมพร้อมที่จะเสาะหาอาหารไปหล่อเลี้ยงต้นเมื่อนำลงปลูก ไม่ต้องรอให้แตกใบมากก็ปลูกได้ เข้าตำราไม้อ่อนดัดง่ายนั่นแหละ

 

การใช้ถุงยาวเพาะต้องระมัดระวังเรื่องดินเพาะ ดินเพาะควรละเอียดผสมปุ๋ยคอก แกลบดำ เคล้าให้เข้ากันอย่างดี ก่อนบรรจุลงถุงเพาะอัดให้แน่นพอสมควร หากวัสดุในถุงเพาะไม่ละเอียด เวลากรอกลงถุงจะไม่เกาะเป็นเนื้อเดียวกัน อันเป็นเหตุให้หักตรงกลางถุงในเวลาเคลื่อนย้าย กลางถุงหักก็เท่ากับรากตรงกลางหักนั่นเอง นี่ก็ประสบมาด้วยตนเอง ซึ่งปีนี้ก็จะปรับปรุงแก้ไข

 

  การปลูกด้วยต้นที่ขุดจากป่า 

เคยเขียนไปแล้วว่า ขุดมาจากป่านั้น เอาเพียงต้นกับราก ลำต้นนั้นก็ตัดทิ้งเหลือไว้แต่ตอ ส่วนรากควรให้ได้ยาวที่สุด นำมาแช่น้ำไว้ 1 คืน ก่อน การขุดควรขุดยามปลายร้อนต้นฝน แล้วนำลงปลูก ความลึกตื้นก็เท่ากับพบในตอนขุดนั่นเองว่า ต้นเดิมเขาอยู่ลึกตื้นเท่าใด ปลูกแล้วทำที่บังแดดให้มากที่สุด รดน้ำให้ชุ่ม อย่าปล่อยให้แห้งเป็นอันขาด หากรากได้รับความชุ่มชื้นพอดีก็จะเติบโตให้เห็นภายใน 1 ปี หากครบปีแล้วยังเหมือนเดิม ก็ลองคุ้ยแคะดูที่โคนต้น ว่ายังสดอยู่หรือเปื่อยไปแล้ว หากยังสดก็ดูแลกันต่อไป วิธีนี้ผู้เขียนประสบผลสำเร็จเกินครึ่งของจำนวนต้นที่ปลูก อายุปลูกครบ 2 ปี เริ่มเก็บยอดได้เป็นบางต้น จนขณะนี้ส่วนหนึ่งสูงเกินหัวแล้ว บางต้นไม่สูง แต่แตกเป็นทรงพุ่ม ซึ่งง่ายต่อการเก็บยอดและต้านลมแรงได้ดีกว่าต้นที่สูง จะอย่างไรก็ตาม ไม่ขอสนับสนุนให้ใครไปขุดจากป่ามาปลูก

 

  การปลูกด้วยเมล็ด 

การปลูกแบบนี้ใช้เมล็ดมาเพาะในกระบะจนแทงราก แล้วนำลงปลูกทันที ซึ่งมีทั้งข้อดีและไม่ดี ว่าข้อดีก่อน ที่ว่าดีก็ไม่ต้องเตรียมถุงเตรียมวัสดุเพาะ หากปลูกไม่มากนักสามารถทำได้ในทันที ส่วนข้อไม่ดีคือ ถ้าทำมากจะปลูกไม่ทัน เมื่อปลูกไม่ทัน รากก็จะยาวไปเรื่อยๆ อีกอย่างคือ เมื่อปลูกลงดินแล้วกว่าต้นจะโผล่ต้องใช้เวลานาน ทำให้หลงลืมจุดที่ฝังเมล็ด เนื่องจากมีหญ้าขึ้นคลุมหมด และเสี่ยงต่อการคุ้ยเขี่ยของสัตว์เลี้ยงบางชนิด ยากแก่การรดน้ำหากฝนไม่ตกนานหลายวัน การปลูกด้วยเมล็ดจะไม่ฝังเมล็ดจนจมมิดลงในดิน แต่จะให้เมล็ดโผล่พ้นดิน ประมาณ 1 ส่วน ของเมล็ด วิธีนี้ผู้เขียนปลูกในเดือนเมษายน 2550 ให้น้ำโดยระบบน้ำหยด เมื่อผ่านไป 2 ปี สามารถเก็บยอดได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ปลูก

 

  การปลูกด้วยกิ่งตอน 

กิ่งตอนที่นำไปปลูกไม่มากนัก กิ่งตอนที่ว่าได้ไปจากสวนผักหวานป่าจ่าติ๊ก อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี มีบางส่วนที่ตายไปจากการดูแลไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนที่เหลือก็เติบโตดี มีทรงพุ่มกว้าง แตกยอดมากกว่าปลูกแบบที่กล่าวข้างต้น อายุปลูกครบ 2 ปี ก็เก็บยอดได้ กิ่งตอนจากสวนจ่าติ๊กเป็นพันธุ์ใบใหญ่ หากดูแลรักษาดี มีไม่กี่ต้นก็เป็นความสุขใจแล้ว

 

 พันธุ์ผักหวานป่า

เรื่องนี้มีผู้สอบถามไปค่อนข้างมาก ก็ขอเพิ่มเติมอีกครั้ง ผักหวานป่าที่ควรปลูกก็คือ พันธุ์สีทอง พันธุ์นี้มีทั้งชนิดใบใหญ่และใบเล็ก ที่ว่าใบเล็กก็ไม่เล็กมากนัก หากดินดี ปุ๋ยดี น้ำดี ก็จะแยกแทบไม่ออกหากไม่ดูแบบจะจะ อีกพันธุ์คือ ผักหวานป่าดง หรือพันธุ์ดง ตามแต่จะเรียก พันธุ์นี้ใบจะยาว ปลายแหลม ด้านบนของใบกว้างแล้วยาวไปทางปลายใบแบบยาวรี แต่สีทอง ใบเล็กใบจะค่อนข้างกลมลักษณะของใบมะยม ซึ่งก็ยากต่อการเปรียบเทียบเป็นภาษาเขียน ที่สวนผู้เขียนก็มีให้ดูเป็นตัวอย่าง ปลูกนานเกือบ 4 ปีแล้ว ก็สูงเพียงเข่าหรือต่ำกว่า ไม่มีผลผลิตใดๆ ออกมาตอบแทนผู้ที่ปลูกแต่อย่างใด หากท่านผู้อ่านไม่ชำนาญพออาจถูกผู้ขายบอกเป็นพันธุ์สีทอง หรืออาจถูกหลอกทางอ้อมว่าไม่ทราบ เพราะรับต่อมาขาย

 

  ความเป็นไปที่เปลี่ยนแปลง  

แรกๆ ที่ผู้เขียนปลูกผักหวานป่า มีคนไปดูบ้างแต่ไม่มาก คนที่ไปดูส่วนมากอยู่ในพื้นที่เดียวกัน สังเกตเมื่อเขาดูเรียบร้อยแล้ว บางคนมีทีท่าสนใจอยู่บ้าง แต่ส่วนมากมีทีท่าเฉยๆ แบบไม่มั่นใจ บางคนถึงกับสั่งจองเมล็ดพันธุ์ล่วงหน้า แต่ครั้นถึงเวลามีเมล็ดพันธุ์กลับไม่มีวี่แววของคนสั่งจอง ต่อมาเมื่อผู้เขียนเริ่มเก็บยอดได้และนำไปจำหน่ายที่ตัวเมือง หลายคนเริ่มกลับไปดูอีกครั้งและเริ่มสะออน (ชื่นชม) และมีผู้สนใจจากต่างจังหวัดทยอยกันไปดู จนผู้เขียนมั่นใจว่าเป็นไปได้แน่ๆ แล้ว ตัดสินใจจะติดป้ายบอกสถานที่ให้คนทั่วไปได้ทราบ และจะเพาะเมล็ดลงถุงยาว ประมาณ 10 นิ้ว ไว้จำหน่าย ส่วนจะทำได้มากได้น้อยก็แล้วแต่กำลัง เพราะไม่จ้างแรงงานภายนอก ส่วนการขายยอดสามารถขายได้ในราคาค่อนข้างสูง (เกิน 500 บาท ต่อ กิโลกรัม) เพราะของของเราสด ไม่พ่นน้ำจนแฉะเหมือนของที่เก็บจากป่า หรือของต่างถิ่นที่นำเข้าไปขาย การเก็บยอดในช่วงเดือนเมษายนก็เก็บได้ไม่นานนัก เก็บวันเว้นวัน หรือ 2 วัน แต่ละครั้งก็จำหน่ายได้ไม่ต่ำกว่า 400-500 บาท แม้จะไม่มากมาย แต่ในอนาคตเมื่อต้นโตขึ้น ผลผลิตย่อมจะเพิ่มขึ้นไปด้วย สิ่งที่สำคัญกว่าการได้เงินคือ ความภูมิใจที่เราสามารถทำได้

 

สำหรับโรคและศัตรูของผักหวานป่า เท่าที่พบเห็นเป็นโรครากเน่า ผักหวานป่าที่เป็นโรคนี้จะมีอาการเหี่ยวเฉาจนในที่สุดใบร่วงหมด โรคนี้พบกับต้นผักหวานป่าที่ปลูกได้ 1-2 ปี เกินกว่านั้นก็พบบ้างแต่ไม่มาก ด้านศัตรูที่พบว่าร้ายแรงคือหนอนเจาะลำต้น เป็นหนอนชนิดเดียวกันกับหนอนที่เจาะต้นขนุน แต่ก็เป็นขนาดที่เล็กกว่า ต้นใดที่ถูกเจาะ เราจะสังเกตเห็นเนื้อไม้สีขาวเป็นก้อนร่วงหล่นลงใต้จุดที่เจาะ เมื่อเราพบก็ใช้พวกเชนไดร้ท์ 1 แบบสเปรย์ พร้อมใช้ดินเปียกอุดรูตรงรอยเจาะ หากหนอนเจาะไม่นานนักเสร็จเราทุกตัว อีกอย่างคือ พวกกัดกินใบก็แมงจินูนทั้งตัวเล็กตัวโต ศัตรูนี้ก็จะใช้ไฟส่องจับในตอนกลางคืน เมื่อพบก็จะใช้มือบี้ให้ตาย ที่สวนผู้เขียนจนสิ้นเดือนเมษายนแล้ว ยังไม่พบแมลงนี้ระบาด อาจจะเป็นเพราะใช้ไฟแบล็คไลต์ล่อแมลงก็อาจเป็นได้ ทำให้คนไปเยี่ยมชมสวนเห็นใบผักหวานป่าเขียวเป็นมัน เพิ่มความกระสันในความต้องการอีกหนึ่งระดับ ก็คงขอจบในเรื่องของตนเองเท่านี้ก่อน หากท่านผู้อ่านสนใจ อยากพูดคุยสอบถาม ก็ไปเยี่ยมชมที่สวน ยินดีต้อนรับ หากจะโทรศัพท์ติดต่อ ก็ควรเป็นช่วง 6 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น นะครับ ที่ โทร. (081) 769-1082 สวัสดี

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์




 
  No Image ผู้โพส : admin
สถานะ : ผู้ดูแล

Reply : [ admin ] แทรกข้อความ ในกรอบแรก
19/06/2011 - 09:38
Add?  No Card  Bad Report  Delete
 

หัวข้อ : 0019-1 | เลขหน้า : 1 ถึง 1


  เพิ่มข้อความในหัวข้อรวม : บทสรุป กว่า 5 ปี “ผักหวานป่า” สวนสมชาย เมืองมุกดาหาร หัวข้อรวม