PHP infoBoard v.5 PERFECT
องค์ความรู้เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2
 
โรงเรียนสิ่งแวดล้อม ขยายความรู้สู่ชุมชน

[ ผู้ดูแล : admin - 19/06/2011 - 07:47 ] Admin
โรงเรียนสิ่งแวดล้อม ขยายความรู้สู่ชุมชน

วิภาวี จุฬามณี





จาก คำถามง่ายๆ ที่ว่า "จะทำอย่างไรกับใบไม้ที่หล่นเกลื่อนทั่วโรงเรียน" กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ "โรงเรียนโพธิ์ตาก พิทยาคม" อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย ได้รับรางวัลพระราชทาน "โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น"

ล่า สุดพัฒนาเป็น "ศูนย์เรียนรู้เฉลิมพระ เกียรติ" แหล่งศึกษาเรียนรู้ และเผยแพร่แนวคิดการจัดการสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ ให้แก่โรงเรียนอื่นๆ และชุมชนรอบข้าง

พื้นที่ 35 ไร่ ของโรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม รองรับการเรียนการสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ประกอบด้วย นักเรียน 559 คน ครู 35 คน และเนื่องจากบริเวณรอบโรงเรียนมีต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก ปริมาณใบไม้ที่ร่วงหล่น และต้องเผาทิ้งในแต่ละวันจึงมีมาก ส่งผลให้เกิดมลพิษมากขึ้นด้วย

"ตอนย้ายมาใหม่ๆ สังเกตเห็นว่า แต่ละวันภารโรงต้องเผาใบไม้เยอะ และเกิดควันจำนวนมาก จึงคิดว่าจะนำใบไม้เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง กรรมการสถานศึกษา ครู นักเรียน และผู้ปกครองจึงมาพูดคุยกัน นำไปสู่การส่งครูไปศึกษาอบรมว่าอะไรจะช่วยสลายใบไม้ได้ ก็เจอเรื่องการทำน้ำหมักชีวภาพ จึงนำมาใช้ และต่อยอดเป็นการจัดการ สิ่งแวดล้อม และพลังงานรูปแบบอื่นๆ ต่อไปอีก"

นายสมพงษ์ โสภิณ ผอ.โรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม เล่าความเป็นมาเป็นไป แล้วขยายความให้ฟังว่า เมื่อริเริ่มโครง การไปได้ระยะหนึ่ง เป็นจังหวะเดียวกับที่บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด จัดโครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมเฉลิม พระเกียรติ จึงร่วมเข้าประกวดด้วย และเป็นโอกาสให้ได้เห็นโครงการของโรงเรียนอื่นๆ จึงนำมาพัฒนาต่อ กระทั่งได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานในปีพ.ศ.2552

"ระยะ แรกเราเน้นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แต่พอเข้าร่วมโครงการก็ขยายมาสู่เรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย โดยบูรณาการเข้ากับทุกวิชา เมื่อนักเรียนได้ความรู้แล้วก็ขยายผลไปสู่ผู้ปกครอง หรือชุมชนได้ เดี๋ยวนี้ชาวบ้านรู้จักวิธีทำปุ๋ยคอก รู้จักวิธีทำน้ำหมักชีวภาพ ที่นี่ทำนา ทำสวนยางเยอะ ก็ช่วยลดค่าปุ๋ยได้มาก ครอบครัวก็มีความเป็นอยู่ดีขึ้น" ผอ.โรงเรียน กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

ภายในศูนย์เรียนรู้โรงเรียนโพธิ์ ตาก ประกอบ ด้วยฐานเรียนรู้ 10 ฐาน ที่สำคัญ เช่น "ฐานการเรียนรู้พลังงานทดแทนไบโอดีเซล" ซึ่งน้องๆ นักเรียนจะรับบริจาคน้ำมันที่ใช้แล้วมาผลิตใหม่เป็นไบโอดีเซล น้ำมันที่ได้ส่วนหนึ่งนำมาใช้กับรถโรงเรียน พบว่าได้ผลดีและลดปริมาณเขม่าได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือก็ขายให้ผู้สนใจทั่วไป ราคาลิตรละ 22 บาท จากต้นทุนเพียง 17 บาท

ฐานต่อไปเป็น "ฐานเรียนรู้การผลิตปุ๋ยชีวภาพ" วัตถุดิบสำคัญ คือ แกลบดิบ แกลบดำ รำอ่อน ดินโพน มูลสัตว์ ใบไม้แห้ง และน้ำหมักชีวภาพที่สามารถผลิตได้เอง เด็กนักเรียนอธิบายว่า วัตถุดิบเหล่านี้ส่วนใหญ่หาได้ในท้องถิ่น โดยเฉพาะแกลบ ที่สามารถขอจากโรงสีข้าวในหมู่บ้านได้

วิธีการทำนั้นไม่ยาก เพียงนำวัตถุดิบทุกอย่างมาผสมกัน และหมั่นพลิกหน้าดินทุก 7 ชั่วโมง ใช้เวลา 15 วัน ก็สามารถนำไปใส่เป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ในสวนหย่อมของโรงเรียนได้ หรือถ้าทำเป็นปริมาณมากก็นำออกขาย กระสอบละ 150 บาท เงินที่ได้นำมาใช้เป็นทุนในการผลิตครั้งต่อๆ ไปอีก

ถัดมาเป็น "ฐานเรียนรู้เตาเผาถ่านประหยัดพลังงาน" ซึ่งประดิษฐ์ได้ง่ายๆ จากถังน้ำมัน ขนาด 200 ลิตร นำมาปรับปรุงพัฒนาจนมีประสิทธิภาพการเผาไหม้ดียิ่งขึ้น ทำให้ได้ถ่านที่มีคุณภาพดีครั้งละ 20-25 กิโลกรัม เหมาะสำหรับครัวเรือนชนบท ทั้งยังได้ผล พลอยได้คือ "น้ำส้มควันไม้" ใช้เป็นสารฆ่าแมลงศัตรูพืชได้ โดยไม่เป็นอันตรายแก่มนุษย์

นอกจากนี้ ยังมีฐานเรียนรู้การเลี้ยงหมูหลุม ฐานเรียนรู้เกษตรผสมผสาน ฐานเรียนรู้ธนาคารขยะและกระดาษรีไซเคิล ฐานการจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ ฐานเรียนรู้สมุนไพรไทย และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร

กระบวนการทั้งหมดนี้ นอกจากช่วยลดปริมาณขยะในโรงเรียนแล้ว ยังช่วยให้การเรียนรู้ของเด็กนักเรียน น่าสนใจและสนุกมากยิ่งขึ้น

"วิไล รัตน์ กุ้งมะเริง" ครูวิทยาศาสตร์ โรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม บอกว่า ในการเรียนการสอนจะนำแต่ละวิชามาบูรณาการเข้ากับทั้ง 10 ฐานนี้ด้วย เช่น วิชาวิทยา ศาสตร์ ให้นักเรียนทดสอบค่าความเป็น กรด-ด่างจากพืชสมุนไพรที่ปลูกไว้ในฐาน วิชาคอมพิวเตอร์ ให้นักเรียนทำงานนำเสนอเกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง วิชาศิลปะ ให้วาดภาพสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศในโรงเรียน เป็นต้น

"ข้อดีของการ เรียนแบบนี้ คือ นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงจนสามารถนำไปผลิตต่อได้เอง เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทั้งยังปลูกฝังให้รักธรรมชาติ และความรู้ที่ได้ก็เอาไปเผยแพร่ต่อได้อีก"

น.ส.บัวแก้ว ใจหาญ นักเรียนชั้น ม.5/1 ซึ่งสนใจการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล พูดถึงโครงการนี้ว่า ส่วนตัวสนใจเรื่องการผลิตพลังงานทดแทน เพราะเห็นความสำคัญของปัญหาโลกร้อน จึงอยากจะมีส่วนช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของโลกไว้

"ดีใจและภูมิใจที่ โรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้าง สรรค์สิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น การเรียนรู้ตรงนี้ทำให้เรารู้ว่าน้ำมันที่เราใช้เสร็จแล้วทิ้ง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้อีก อีกสิ่งที่เราภูมิใจ คือการนำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ต่อในชุมชน เวลาใครสนใจสอบถาม เราก็ช่วยให้คำแนะนำเขา"

ด้านตัวแทนเจ้าของโครงการ พิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการบริหาร บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า โครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น จัดต่อเนื่องมากว่า 10 ปี มีโรงเรียนเข้าร่วมกว่า 700 แห่ง มีนักวิชาการจากหลากหลายหน่วยงานมาร่วมเป็นกรรมการตัดสิน

โดยปีนี้ พิเศษกว่าปีอื่นๆ เพราะเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงพัฒนาโรงเรียนที่ได้รางวัลพระราชทาน ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อมเฉลิมพระเกียรติ โดยโรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคมเป็นแห่งที่ 2 ถัดจาก โรงเรียนแม่สา จ.น่าน ที่เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

"เราหวังว่าศูนย์นี้ จะเป็นศูนย์กลางขยายแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมไปยังคนที่สนใจ หรือโรงเรียนใกล้เคียง จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเราพบว่า โรงเรียนไม่สามารถจัดการสิ่งแวดล้อมโดยสมบูรณ์ได้ถ้าชุมชนไม่ร่วมด้วย และเห็นว่าเด็กสามารถช่วยให้ผู้ใหญ่เปลี่ยนพฤติกรรมได้ และเมื่อตัวเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็สามารถถ่ายทอดไปยังเด็กรุ่นต่อๆ ไปได้อีก" เจ้าของโครงการวาดหวัง

หน้า 5

 

ที่มา  ภาพ/ข่าว  หนังสือพิมพ์ข่าวสด




 
  No Image ผู้โพส : admin
สถานะ : ผู้ดูแล

Reply : [ admin ] แทรกข้อความ ในกรอบแรก
19/06/2011 - 07:47
Add?  No Card  Bad Report  Delete
 

หัวข้อ : 0018-1 | เลขหน้า : 1 ถึง 1


  เพิ่มข้อความในหัวข้อรวม : โรงเรียนสิ่งแวดล้อม ขยายความรู้สู่ชุมชน หัวข้อรวม