[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by KMOBECMAXSITE 1.2.1

    


บริหารการเงินและสินทรัพย์
เรื่อง : การเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและค่าการศึกษาของบุตรแบบครบวงจร (ONE STOP SERVICE)
ความรู้จากการปฏิบัติงาน



แบบรายงานกระบวนการหรือวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)
ชื่อโครงการ   โครงการเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและค่าการศึกษาของบุตรแบบครบวงจร  (ONE STOP SERVICE)
1. ความสำคัญและความเป็นมา
                 แนวปฏิบัติเดิม  การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล และค่าการศึกษาบุตรให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำนาญ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2  ผู้มีสิทธิขอเบิกจะต้องสำรองจ่ายเงินส่วนตัวไปก่อน และนำหลักฐานใบเสร็จรับเงินมาขอเบิกเงินสวัสดิการที่ได้จ่ายไปแล้วภายหลัง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเบิกจ่าย อย่างน้อย 15 วัน จึงจะได้รับเงินคืนจากทางราชการ  โดยกลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์จะกำหนดให้ข้าราชการครู และลูกจ้างประจำ ส่งหลักฐานขอเบิกเงินสวัสดิการต่างๆ ถึงกลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ ภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน และจะดำเนินการตรวจสอบหลักฐานการขอเบิกทุกราย เพื่อวางฎีกาเบิกในระบบ GFMIS ภายในวันที่ 15 ของเดือน เมื่อกรมบัญชีกลางโอนเงินผ่านระบบ GFMIS แล้ว  จึงขออนุมัติจ่ายโดยโอนเงินเข้าบัญชีให้กับผู้ยื่นหลักฐานขอเบิกสวัสดิการดังกล่าว ภายในวันสิ้นเดือนของทุกเดือน  ผู้ที่ยื่นหลักฐานขอเบิกเงินสวัสดิการหลังจากวันที่ 5 ของเดือน ก็จะดำเนินการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการดังกล่าวให้ในเดือนถัดไป สาเหตุที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้รับเงินคืน เนื่องจากต้องปฏิบัติตามระเบียบราชการที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาตรวจเสนอ 3 วันทำการ วางฎีกาเบิกเงิน 5 วันทำการ เมื่อได้รับเงินจากกรมบัญชีกลางจะเสนอขออนุมัติจ่าย 2 วันทำการ แจ้งผู้มีสิทธิมารับเงิน 2 วันทำการ จึงสิ้นสุดขั้นตอนเบิกจ่ายเงินสวัสดิการดังกล่าว  ข้าราชการและลูกจ้างส่วนใหญ่ได้รับความเดือนร้อนจากการที่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน หากเงินที่สำรองจ่ายก่อนเป็นเงินจำนวนมาก  กลุ่มงานบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวตลอดมา  จึงแก้ปัญหาโดยพยายามเบิกจ่ายให้ผู้มีสิทธิเร็วที่สุด  ดังนั้น เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดนโยบาย 10 บริการฉับไวจากใจ สพฐ. แจ้งให้หน่วยงานในสังกัดถือปฏิบัติ กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์จึงพิจารณาเสนอขออนุมัติดำเนินการโครงการ เบิกจ่ายเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ค่าการศึกษาบุตร แบบครบวงจร (One Stop Service) คือ การนำงานบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมารวมให้บริการที่สิ้นสุดในจุดบริการเดียวกัน เพื่อสนองตอบนโยบายของ สพฐ. โดยมีหลักการกำหนด
ไว้ว่า ผู้มีสิทธิส่งหลักฐานขอเบิกจ่ายแล้วจะต้องได้รับเงินภายใน 10 นาที  ในการดำเนินการเบื้องต้นจะให้บริการแก่ผู้รับบำนาญในสังกัดและบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 จุดประสงค์เพื่อให้มีการบริการที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น
2. วัตถุประสงค์
1.เพื่ออำนวยความสะดวก ความคล่องตัวให้แก่ข้าราชการสำนักงาน และผู้รับบำนาญในสังกัดลดระยะเวลาการเดินทาง  ผู้รับบำนาญบางรายมีสุขภาพไม่แข็งแรง
2.เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน จากการต้องจ่ายเงินสำรองจ่ายเป็นค่าสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและค่าการศึกษาบุตรไปก่อน
3.เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาติดต่อขอเบิกเงินสวัสดิการของผู้รับบำนาญ
3. หลักการและแนวคิด
1.ข้าราชการสำนักงาน ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำนาญ บางรายได้รับความเดือดร้อนในการที่จะนำเงินสำรองเป็นค่ารักษาพยาบาลและค่าการศึกษาบุตร
2.ข้าราชการสำนักงาน ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำนาญ บางรายต้องเข้ารับการรักษา พยาบาลบ่อยตามที่แพทย์นัด บางครั้งค่าใช้จ่ายที่สำรองไปครั้งแรกส่งหลักฐานขอเบิกเงินแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงิน และจะต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในครั้งใหม่
3.ข้าราชการสำนักงาน ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำนาญบางรายมีบุตรกำลังศึกษาหลายคน ทำให้ต้องสำรองจ่ายเงินจำนวนมาก
4.โครงการ ONE STOP SERVICE ค่ารักษาพยาบาลและค่าการศึกษาบุตรจะช่วยบรรเทาความเดือนร้อนให้แก่ ข้าราชการสำนักงาน ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำนาญได้
4. ขั้นตอนการดำเนินการ
1.งานบริหารการเงิน สพม.2 ยืมเงินทดรองราชการมาตั้งไว้รอจ่าย จำนวนเงิน 100,000 บาท
2.รับใบเบิกทุกวันในเวลาทำการด้วยตนเอง หรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Online) เว็บบอร์ดสพม.2  Line และโทรศัพท์
3.ข้าราชการสำนักงาน ลูกจ้างประจำ ผู้รับบำนาญกรอกแบบคำขอเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษา พยาบาล/ค่าการศึกษาบุตร
4.เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐาน
5.เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจ จัดส่งเอกสารให้แก่ผู้จ่ายเงิน
6.ผู้จ่ายเงิน จ่ายเงินให้แก่ผู้ขอเบิก/จ่ายเช็ค กรณีจำนวนเงินเกิน 5,000 บาท
7.ผู้ขอเบิกลงลายมือชื่อรับเงิน
8.ประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว” ในใบเบิกสวัสดิการ
9.จัดทำครบทุกขั้นตอนในเวลาไม่เกิน 15 นาที
5. ผลสำเร็จของการดำเนินงาน
1.ข้าราชการสำนักงาน ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำนาญในสังกัดได้รับความประทับใจ
2.ได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ข้าราชการสำนักงาน ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำนาญ
3.จำนวนข้าราชการสำนักงาน ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำนาญมาใช้บริการมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
6. ปัจจัยความสำเร็จ
1.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 มีเงินทดรองราชการที่ได้รับมาจากกระทรวงการคลังสั่งจ่ายจากเงินคงคลัง สำหรับมีไว้ทดรองจ่ายตามงบประมาณรายจ่ายในหมวดรายจ่ายที่กำหนด  จำนวนวงเงิน 1,000,000 บาท
2.บุคลากรในกลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ มีความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ข้าราชการสำนักงาน ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำนาญ
3.สถานที่มีความพร้อม และสะดวกในการให้บริการ
7. ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ข้าราชการสำนักงาน ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำนาญในสังกัดได้รับความพึงพอใจ เนื่องจากได้รับความสะดวก รวดเร็ว
2.ช่วยบรรเทาความเดือนร้อนให้ข้าราชการสำนักงาน ลูกจ้างประจำ และข้าราชการบำนาญในสังกัด
3.ลดภาระค่าใช้จ่าย และเวลาเดินทางสำหรับผู้รับบำนาญ

นางศิรินันท์ จิวตระกูล ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์



ดาวน์โหลดไฟล์แนบ

ผู้เขียน : กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศ
หน่วยงาน : นางศิรินันท์ จิวตระกูล ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์
พุธ ที่ 10 เดือน เมษายน พ.ศ.2562
เข้าชม : 110
Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.


บริหารการเงินและสินทรัพย์ 5 อันดับล่าสุด

      การเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและค่าการศึกษาของบุตรแบบครบวงจร (ONE STOP SERVICE) 10 / เม.ย. / 2562
      การรับบำนาญแบบ “สูตรเดิม” และ “สูตรสมาชิก กบข.” 29 / มิ.ย. / 2559


เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์จัดการความรู้
สิทธิของสมาชิก สามารถบันทึกขุมความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดาวน์โหลดได้
คลิกที่นี่สมัครสมาชิก
    
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๒
ลาดพร้าว สามเสนนอก ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
โทรศัพท์ โทรสาร