[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by KMOBECMAXSITE 1.2.1

    


วิชาการ
เรื่อง : การพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนบางกะปิ
บทความ



 การพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

ของโรงเรียนบางกะปิ

The Development of E-Learning System in General Education Courses of Lower Secondary   
Levels at Bangkapi school
.
ธัญมัย แฉล้มเขตต์ 1  Tanyamai Chalamkate 1 

1 รองผู้อำนวยการโรงเรียนบางกะปิ  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ

 

บทคัดย่อ

การพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ  มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ  และเพื่อศึกษาผลการทดลองใช้ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ วิธีการวิจัยแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1  สำรวจปัญหา ความต้องการ ศึกษาและสังเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน กับผู้ให้ข้อมูลผู้บริหารและครูโรงเรียนบางกะปิ จำนวน 117 คน ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและตรวจสอบระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง เพื่อสร้างและตรวจสอบความเหมาะสมและความสอดคล้องของระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน ขั้นตอนที่ 3 ทดลองใช้ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง กับกลุ่มตัวอย่าง ครูผู้สอนและผู้ดูแลระบบ จำนวน 16 คน และนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลการเรียน 0 จำนวน 89 คน ขั้นตอนที่ 4 การรับรองและปรับปรุงแก้ไขระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน

ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้                         

1.  ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียน     บางกะปิ ประกอบด้วยกิจกรรมการเรียนการสอน 8 ขั้น คือ 1) การเตรียมความพร้อมนักเรียนและสิ่งแวดล้อม 2) การสร้างแรงจูงใจ 3) ปฐมนิเทศและแนะนำการเรียน 4) ทบทวนและเชื่อมโยงความรู้เดิม 5) จัดการเรียนการสอนตามคู่มือการใช้งานระบบอีเลิร์นนิง 6) ให้คำแนะนำและข้อมูลป้อนกลับแก่นักเรียน 7) ครูผู้สอนร่วมกับนักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหา และ8) ประเมินและตรวจสอบความรู้ของนักเรียน    

          2.  ผลการทดลองใช้ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ ผู้ทรงคุณวุฒิรับรองว่าระบบมีความเหมาะสมสามารถนำไปใช้ได้ และพบว่า

             2.1  นักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่เรียนผ่านระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

             2.2  นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนผ่านระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ อยู่ในเกณฑ์ระดับมาก

             2.3  ครูผู้สอนและผู้ดูแลระบบมีความพึงพอใจต่อระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง กลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ อยู่ในเกณฑ์ระดับมาก

คำสำคัญ : การพัฒนาระบบ  อีเลิร์นนิง  กลุ่มวิชาพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

 

 Abstracts
The Development of E-Learning System in General Education Courses of Lower Secondary

Levels at Bangkapi School.

Tanyamai Chalamkate

Deputy Director of Bangkapi School Office of the Secondary Education Region 2

Office of the Basic Education Commission Ministry of Education

Abstract

The objectives of the E-learning system development for the basic subjects for the lower secondary school level at Bangkapi School aimed to develop the E-learning system in these basic subjects for the school. To study the experimental results of the E-learning system of the basic subjects of the Junior high school level at Bangkapi School. The research method is divided into four steps: (1) investigate the problems, needs, study, and synthesis the basic information based on 117 respondents consisting of the administrators and teachers of Bangkapi School (2) developing and monitoring the E-learning system, to create and validate the consistency of the E-learning system by 7 expertise (3) testing the E-learning system with the sample of 16 teachers and the administrators and 89 high school students with the fail grades (4) the validation and improvement of the E-learning system by 5 expertise.

The results are as follows:

1.       The E-learning system for the basic subjects at Bangkapi Secondary school consists of 8 learning activities: 1) Student preparation and environment 2) Motivation 3) Orientation and Instruction 4) Review and link with the existing knowledge 5) Handle the instruction according to the E-learning guide 6) Provide feedback and recommendation to students 7) Teachers and the students help summarise the content and 8) Access and verify the students’ knowledge.

2.       The results of the E-learning system experiment on the lower secondary levels at Bangkapi school founded by the professional to be an appropriate learning system and is applicable.

2.1.    Sample student learning through the E-learning system gain the average score of post graduate achievement higher than before with the statistically significant at 0.05 level.

2.2.    Students are highly satisfied learning through the E-learning system of basic subjects for the Junior High School level at Bangkapi school.

2.3.    Teachers and the administrators are highly satisfied with through the E-learning system of basic subjects for the Junior High School level at Bangkapi school.

 

Key word : The development system, E-Learning, General Education Courses, Lower Secondary Levels   

บทนำ

โรงเรียนซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการจัดการศึกษา จำเป็นต้องจัดการศึกษาให้เป็นไปตามจุดหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ยึดประโยชน์ที่เกิด   กับผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้ความสำคัญทั้งความรู้ และคุณธรรม [1]  โรงเรียนควรส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนแสวงหาหลักการแนวทางต่าง ๆ และแนะวิธีการใหม่ ๆ ไปใช้ในการจัด   การเรียนรู้ ด้วยวิธีการที่หลากหลายโดยเน้นกระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ที่เป็นระบบจะช่วยให้การจัด  การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ เพราะมีขั้นตอนและมีแบบแผนการปฏิบัติที่ชัดเจน กระบวนการต่าง ๆ จะดำเนินไปตามลำดับขั้นสามารถตรวจสอบได้ว่ามีจุดบกพร่องที่ใดบ้าง เมื่อเกิดปัญหาสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด สามารถตรวจสอบได้ว่าการจัดการเรียนรู้ได้ผลเพียงใด

ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มคุณภาพการเรียนรู้ ซึ่งหากคุณภาพผู้เรียนหมายถึง การที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ บรรลุวัตถุประสงค์การเรียนตามที่ผู้สอนกำหนด โดยผู้เรียนได้เรียนอย่างมีความสุข การใช้เทคโนโลยีจะสามารถตอบสนองคนในยุคปัจจุบัน เนื่องด้วยมีความรู้ที่เพิ่มขึ้นอีกทั้งตรงกับ ความต้องการของผู้เรียนในยุคใหม่ คือ อยู่ในสภาพแวดล้อมของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชอบกราฟิกมากกว่าตัวอักษร ชอบเกมส์มากกว่างานเคร่งเครียด ความอดทนน้อย ไม่ชอบคอยนาน เข้าถึงข้อมูลรวดเร็วและอ่านเฉพาะที่สนใจ [2] ระบบการเรียน  แบบอีเลิร์นนิงมีความยืดหยุ่น ความสะดวกสบาย และการเข้าถึงข้อมูล ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลายทางอินเทอร์เน็ตที่เป็นแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถกำกับการเรียนด้วยตนเอง ตามความก้าวหน้าและความสนใจของตนเอง วิธีเรียนแบบอีเลิร์นนิงจึงช่วยเพิ่มความพึงพอใจและลดความเครียดของผู้เรียนได้ทางหนึ่ง ตลอดจนผู้สอนสามารถเสนอเนื้อหา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง  แก้เนื้อหา และสื่อการสอนได้ง่ายและสะดวก ทำให้นำเสนอข้อมูลที่ทันสมัยได้อยู่เสมอ

 

ระบบการเรียนแบบอีเลิร์นนิง เป็นการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ผ่านเครือข่ายเป็นหลัก มีการจัดสภาพการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบด้วยการใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะและทรัพยากรของอินเทอร์เน็ตและเวิลด์ไวด์เว็บ ในการสื่อสารและถ่ายทอดความรู้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่  อาจารย์มีบทบาทเป็นผู้สอนออนไลน์ในการสร้างเนื้อหา และออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน เป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ โดยการให้คำปรึกษา ช่วยตรวจสอบความก้าวหน้าและช่วยเหลือให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองในระบบการเรียนอิเล็กทรอนิกส์ [3] เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งรวบรวมความรู้เป็นเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ ทำให้เครือช่ายอินเทอร์เน็ตกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้นักเรียนเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้นั้น ผู้สอนสามารถใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งทรัพยากรในการเรียนรู้ เพื่อเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนในชั้นเรียนปกติได้ นักเรียนสามารถใช้ทักษะ  การปฏิสัมพันธ์เพื่อการเรียนรู้ระหว่างนักเรียนกับครูผู้สอน กับนักเรียนด้วยกัน หรือกับผู้เชี่ยวชาญในเนื้อหาที่เรียน ตลอดจนสามารถสืบค้นข้อมูลจากแหล่งความรู้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตด้วยเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web)

ปัจจุบันโรงเรียนบางกะปิได้มีการตรวจสอบการจบการศึกษาของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3) ประจำปีการศึกษา 2558 โดยติดตามผลการเรียนจาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ พบว่า มีนักเรียนที่มีผลการเรียนติด 0 และคาดว่าจะไม่จบการศึกษาตามเกณฑ์ในปีการศึกษา 2558 จำนวน 89 คน       ใน 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย  สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ โดยปกติทางโรงเรียนจะจัดสอนเสริมให้นักเรียนก่อนสอบแก้ตัวทุกครั้ง แต่จากการติดตามผลการดำเนินการพบว่า ไม่สามารถสอนนักเรียนในเนื้อหาสาระที่นักเรียนไม่ผ่านได้ตรงตามความต้องการของนักเรียนทุกคน ดังนั้นผู้วิจัยพิจารณาแล้วเห็นว่าหากนำระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงมาใช้เสริมเพิ่มเติม เพื่อเป็นการช่วยเสริมการสอนครูผู้รับผิดชอบในการสอนเสริมนักเรียนที่มีผลการเรียนติด 0 น่าจะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดได้ทั้งนี้เนื่องด้วยการเรียนแบบอีเลิร์นนิงเป็นรูปแบบหนึ่งของการเรียนการสอน ซึ่งผู้เรียนสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง  สามารถเรียนได้ตามช่วงเวลาที่สะดวก เรียนได้ตามความถนัด ความสนใจ โดยต้องเรียนรู้เนื้อหาสาระ แบบฝึกหัด แบบทดสอบ จากคอมพิวเตอร์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบอินทราเน็ต  สามารถโต้ตอบกับผู้สอนหรือแลกเปลี่ยนความรู้ แนวคิด กับผู้เรียน จากสถานที่อื่นผ่านระบบเครือข่ายเช่นกัน  รวมทั้งมีระบบการวัดและประเมินผล เพื่อให้ได้คุณภาพและมาตรฐานตามที่สถาบันหรือหน่วยจัดการศึกษากำหนด [4]   

          ผู้วิจัยตระหนักถึงปัญหาและความสำคัญดังกล่าว จึงได้ดำเนินการพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบ     อีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นมา ทั้งนี้โดยคาดหวังว่าจะสามารถแก้ปํญหาที่เกิดขึ้นได้ โดยผู้วิจัยได้มีการดำเนินการเป็นลำดับขั้นตอนการพัฒนาเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้คือ ขั้นตอนที่ 1 สำรวจปัญหา    ความต้องการ ศึกษาและสังเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน  ขั้นตอนที่ 2 สร้างและตรวจสอบระบบการเรียนการสอนแบบ   อีเลิร์นนิงในเบื้องต้น ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบ  และขั้นตอนที่ 4  รับรองและปรับปรุงแก้ไขระบบการเรียนการสอนแบบบอีเลิร์นนิงโดยผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมทั้งผู้วิจัยระบบไปปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ  ผลจากการวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยคาดหวังว่า การพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิพัฒนาขึ้นมานี้ จะสามารถนำไปใช้พัฒนาการเรียนการสอนของโรงเรียนบางกะปิ ให้เกิดประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

 

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

                   1.  เพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ

          2.  เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ

 

วิธีดำเนินการวิจัย

          การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยโดยใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) แบ่งการดำเนินการวิจัยออกเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้ คือ 

ขั้นตอนที่ 1  สำรวจปัญหา ความต้องการ ศึกษาและสังเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ดำเนินการเก็บข้อมูลโดยใช้วิธีการสำรวจปัญหาและความต้องการของผู้บริหารและครูโรงเรียนบางกะปิ ในเรื่องเกี่ยวกับการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง จาก ผู้บริหารโรงเรียนและครูของโรงเรียนบางกะปิ จำนน 117 คน  พร้อมเครื่องมือวิจัย รวมทั้งศึกษาและสังเคราะห์ข้อมูลระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง

ขั้นตอนที่ 2  สร้างและตรวจสอบระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง โดยผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้จากขั้นตอนที่ 1  มาใช้ร่างระบบการเรียนการสอนแบบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น     ของโรงเรียนบางกะปิ พร้อมสร้างเครื่องมือวิจัย โดยมีการดำเนินการเป็น 3 ระยะ  คือ  ระยะที่ 1 จัดทำโครงร่างระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง ระยะที่ 2  ตรวจสอบโครงร่างระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน  ด้วยแบบประเมินโครงร่างระบบการเรียนการสอนแบอีเลิร์นนิง เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมและความสอดคล้องของโครงร่างระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง พบว่า ทุกองค์ประกอบของระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก โดยแต่ละองค์ประกอบมีความสอดคล้องเกี่ยวข้องกัน และระยะที่ 3 เป็นการปรับปรุงแก้ไขโครงร่างระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง ก่อนนำไปทดลองใช้  การจัดทำเครื่องมือวิจัยมีการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน เพื่อหาค่าความตรงตามเนื้อหาก่อนนำเครื่องมือวิจัยไปใช้

           ขั้นตอนที่ 3  การทดลองใช้ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง กับกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนและผู้ดูแลระบบ จำนวน 16 คน และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนบางกะปิ ซึ่งมีผลการเรียนติด 0 และคาดว่าจะไม่จบการศึกษาตามเกณฑ์ จำนวน 89 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ใช้แผนการทดลองแบบ One Group Pretest Posttest Design พร้อมสร้างเครื่องมือวิจัย ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน เพื่อหาค่าความตรงตามเนื้อหา ค่าความเชื่อมั่น อำนาจจำแนก และความยากง่ายของเครื่องมือ โดยนำเครื่องมือไปทดลองใช้กับนักเรียนซึ่งไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน  วิธีการทดลอง นำระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างครูผู้สอนและผู้ดูแลระบบ และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในการทดลองมีการวัดความรู้ของนักเรียนจากเนื้อหาวิชาในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ก่อนและหลังการทดลองด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนผ่านระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ รวมทั้งวัดความพึงพอใจของครูผู้สอนและผู้ดูแลระบบที่มีต่อระบบการเรียนการสอนแบบ     อีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ

ขั้นตอนที่ 4  รับรองและปรับปรุงแก้ไขระบบการเรียนการสอนแบบบอีเลิร์นนิง ผู้วิจัยประเมินภาพรวมระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ โดยนำข้อมูลที่ได้จากการทดลองในขั้นตอนที่ 3  ให้ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน พิจารณาตรวจสอบรับรองระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง  พร้อมทั้งผู้วิจัยนำข้อแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิมาใช้ปรับปรุงแก้ไขระบบ แล้วจึงจัดทำเป็นระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิฉบับสมบูรณ์    

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  สถิติที่ใช้ในการเปรียบเทียบใช้สถิติทดสอบค่าทีแบบ One Sample t-test และ        t-test for dependent sample  ในส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

 

สรุปผลการวิจัย

1.       ผลการพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

ของโรงเรียนบางกะปิ พบว่า ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ ที่พัฒนาขึ้น มีองค์ประกอบการเรียนการสอน 8 ขั้น มีคุณภาพโดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ซึ่งแต่ละองค์ประกอบมีความสอดคล้องเกี่ยวข้องกัน จำแนกได้ดังนี้ ขั้นที่ 1  การเตรียมความพร้อมนักเรียนและสิ่งแวดล้อม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.29 อยู่ในระดับมาก ขั้นที่ 2  การสร้างแรงจูงใจ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.00 อยู่ในระดับมาก ขั้นที่ 3 การปฐมนิเทศและแนะนำการเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.29 อยู่ในระดับปานกลาง ขั้นที่ 4 ทบทวนและเชื่อมโยงความรู้เดิม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.14 อยู่ในระดับมาก ขั้นที่ 5 จัดการเรียนการสอนตามคู่มือการใข้งานระบบอีเลิร์นนิง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.86 อยู่ในระดับมาก ขั้นที่ 6 ให้คำแนะนำและข้อมูลป้อนกลับแก่นักเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.43 อยู่ในระดับปานกลาง ขั้นที่ 7 ครูผู้สอนร่วมกับนักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหา มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.86 อยู่ในระดับมาก ขั้นที่ 8 ประเมินและตรวจสอบความรู้ของนักเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.14 อยู่ในระดับมาก

2.       ผลการทดลองใช้ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

ของโรงเรียนบางกะปิ พบว่าผู้ทรงคุณวุฒิให้การรับรองว่าระบบมีความเหมาะสมสามารถนำไปใช้ได้ และยังพบว่า

             2.1  นักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่เรียนผ่านระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

             2.2  นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนผ่านระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ อยู่ในเกณฑ์ระดับมาก

             2.3  ครูผู้สอนและผู้ดูแลระบบมีความพึงพอใจต่อระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง กลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ อยู่ในเกณฑ์ระดับมาก

อภิปรายผลการวิจัย

1.       ผลการพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้น

มัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ 

    ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียน    บางกะปิที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ผู้วิจัยได้สังเคราะห์ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของนักวิชาการหลายท่านได้แก่ แบนแนนและมิลแอม (Bannan and Milheim) รีทซีและฮอฟแมน(Ritchie and Hoffman) แอนเดอสันและเอลลูมีย์ (Anderson and Elloumi)  อัลเลย์(Alley) ใจทิพย์ ณ สงขลา อนิรุทธ์ สติมั่น และ      เอกนฤน บางท่าไม้ และพัฒนาโดยใช้หลักของวงจรพัฒนาระบบ (System development life cycle: SDLC) ของสแตร์ (Stair) [5] มาใช้ประกอบในการพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง กลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ จึงทำให้ระบบที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์  ระบบที่พัฒนาขึ้นคำนึงถึงความต้องการในการใช้งาน  ผู้วิจัยจึงได้สํารวจปัญหาและความต้องการพัฒนาระบบอีเลิร์นนิง กับผู้บริหารและครูในโรงเรียนก่อนดำเนินการ  ระบบนี้ประกอบด้วยการดำเนินการ 8 ขั้น ได้แก่ 1) การเตรียมความพร้อมนักเรียนและสิ่งแวดล้อม 2) การสร้างแรงจูงใจ 3) การปฐมนิเทศและแนะนำการเรียน 4) ทบทวนและเชื่อมโยงความรู้เดิม 5) จัดการเรียนการสอนตามคู่มือการใช้งานระบบอีเลิร์นนิง 6) ให้คำแนะนำและข้อมูลป้อนกลับแก่นักเรียน 7) ครูผู้สอนร่วมกับนักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหา และ8) ประเมินและตรวจสอบความรู้ของนักเรียน  โดยผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญพบว่า ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ มีคุณภาพโดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากซึ่งแต่ละองค์ประกอบมีความสอดคล้องเกี่ยวข้องกัน

              การเรียนแบบอีเลิร์นนิงมีการใช้เครื่องมือสื่อสารในระบบสารสนเทศช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้เรียน การเรียนการสอนจะอยู่ในรูปแบบมัลติมีเดีย เวิลด์ไวด์เว็บจะมีการนำเสนอเนื้อหาของหลักสูตร โดยใช้สื่อมัลติมีเดียที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อความเสียง วีดิทัศน์ และการสื่อสารในเวลาเดียวกัน ผู้สอนและผู้เรียนสามารถเลือกรูปแบบการนำเสนอได้ ตามความยืดหยุ่นของเวิลด์ไวด์เว็บเพื่อให้การเรียนเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด [6]     ซึ่งสอดคล้องกับขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงในขั้นตอนการเตรียมความพร้อมนักเรียนและสิ่งแวดล้อม การสร้างแรงจูงใจ ปฐมนิเทศและแนะนำการเรียน ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นเพราะผู้เรียนจะสะดวกและพร้อมต่อการเรียนในรูปแบบอีเลิร์นนิง ซึ่งเกี่ยวกับการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการเรียนเป็นหลัก เช่น หากเครื่องคอมพิวเตอร์เสีย ระบบการสื่อสารอินเทอร์เน็ตล่ม หรือนักเรียนมีความรู้ในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ดีพอ ก็จะไม่สามารถเรียนในระบบอีเลิร์นนิงได้  การเรียนแบบ อีเลิร์นนิง มีความยืดหยุ่น สะดวกสบาย และการเข้าถึงข้อมูล ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลายทางอินเทอร์เน็ตที่เป็นแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถกำกับการเรียนด้วยตนเอง ตามความก้าวหน้าและความสนใจของตนเอง ดังนั้นวิธีเรียนแบบอีเลิร์นนิงจึงช่วยเพิ่มความ  พึงพอใจและลดความเครียดของผู้เรียนได้ทางหนึ่ง ตลอดจนผู้สอนสามารถเสนอเนื้อหา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแก้เนื้อหา และสื่อการสอนได้ง่ายและสะดวก ทำให้นำเสนอข้อมูลที่ทันสมัยได้อยู่เสมอ [2]

    ก่อนเข้าสู่ระบบการเรียนอีเลิร์นนิงหากผู้เรียนได้รับการทบทวนและเชื่อมโยงความรู้เดิมจากครูผู้สอน จะช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในเนื้อหาสาระที่จะเรียนต่อไปได้ดีขึ้น การทบทวนและเชื่อมโยงความรู้เดิมของผู้เรียน เพื่อเป็นการเตรียมพื้นฐานผู้เรียนสำหรับรับความรู้ใหม่ การทบทวนไม่จำเป็นต้องเป็นการทดสอบเสมอไป อาจใช้การกระตุ้นให้ผู้เรียนนึกถึงความรู้ที่ได้รับมาก่อนเรื่องนี้ โดยใช้เสียงงพูด ข้อความ ภาพ หรือหลาย ๆ อย่างผสมผสานกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเนื้อหา มีการแสดงความเหมือนความต่างของโครงสร้างบทเรียน เพื่อที่ผู้เรียนจะได้รับความรู้ใหม่ได้เร็ว นอกจากนั้นผู้ออกแบบควรต้องทราบภูมิหลังของผู้เรียนและทัศนคติของผู้เรียน  การให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ นักการศึกษาเห็นพ้องต้องกันว่า การเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนมีความตั้งใจที่จะรับความรู้ใหม่ ผู้เรียนจะจดจำได้ดี ถ้ามีการนำเสนอเนื้อหาดี สัมพันธ์กับประสบการณ์เดิมของผู้เรียน ผู้ออกแบบบทเรียนควรหาเทคนิคต่าง ๆ เพื่อใช้กระตุ้นผู้เรียนให้นำความรู้เดิมมาใช้ในการศึกษาความรู้ใหม่ รวมทั้งพยายามหาทางทำให้การศึกษาความรู้ใหม่ของผู้เรียนกระจ่างชัดมากขึ้น พยายามให้ผู้เรียนรู้จักเปรียบเทียบ แบ่งกลุ่มหาเหตุผล ค้นคว้า วิเคราะห์หาคำตอบด้วยตนเอง [7] ในการเรียนแบบอีเลิร์นนิงควรมีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทราบถึงบทบาททางการเรียนของตนเอง โดยมีครูผู้สอนคอยให้การช่วยเหลือ

              การพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาเอกสาร ตำรา งานวิจัย และทำการสังเคราะห์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนศึกษาและสอบถามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาพัฒนางานดังกล่าว ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้สำหรับการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม เป็นเพราะระบบที่ได้มีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งผู้วิจัยได้ตรวจสอบคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 ท่าน และรับรองระบบที่สร้างจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน และผู้วิจัยได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพกับกลุ่มตัวอย่าง ครูและผู้ดูแลระบบ จำนวน 16 คน และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 89 คน ผลการทดลองใช้ระบบพบว่า ระบบมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด การเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงจะมีประสิทธิภาพได้มากน้อยเพียงใดไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้เรียนแต่เพียงอย่างเดียว ครูผู้สอนและผู้ดูแลระบบ รวมทั้งระบบการเรียนการสอนก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากต่อคุณภาพการเรียน 

2.       ผลการทดลองใช้ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

ของโรงเรียนบางกะปิ พบว่า

               2.1  นักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่เรียนผ่านระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิ มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่าง  มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  ซึ่งแสดงว่าการใช้ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงที่พัฒนาขึ้นมีส่วนในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ทั้งนี้เนื่องด้วยผู้วิจัยมีการดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนตามรูปแบบของการวิจัยและพัฒนา โดยใช้หลักของวงจรพัฒนาระบบ (System development life cycle: SDLC) ของสแตร์ [5] มาใช้ประกอบในการพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง โดยดำเนินการวิจัยและพัฒนาดังนี้คือ ขั้นแรกมีการสำรวจสภาพปัญหาและความต้องการ เป็นการศึกษาถึงสภาพปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งสำรวจความต้องการในการใช้ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง ใช้เทคิคการสำรวจ  เป็นการศึกษาข้อเท็จจริงเพื่อ  ให้ทราบคุณลักษณะหรือสภาพความเป็นจริงในสภาพการณ์นั้น ๆ เป็นการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง  ขั้นตอนที่ 2 การออกแบบระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สามารถนำไปใช้แก้ปัญหา หรือนำไปใช้พัฒนาตามความต้องการ ตลอดจนมีจุดมุ่งหมายเพื่อประเมินว่าระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงมีคุณภาพและประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้  ขั้นตอนที่ 3 เป็นการทดลองใช้ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงภายใต้สภาพการณ์ที่เป็นจริง เพื่อตรวจสอบและยืนยันคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงว่าเป็นไปตามผลการออกแบบหรือไม่ และศึกษาถึงปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน โดยสามารถตอบปัญหาเหล่านี้ได้  และขั้นตอนสุดท้ายเป็นการประเมินว่า การทดลองใช้เป็นตามจุดมุ่งหมายหรือไม่ มีประสิทธิภาพหรือไม่เพียงใด สภาพการณ์ทดลองมีความพร้อมหรือไม่ รวมทั้งประเมินผลกระทบอื่นๆ ที่เกิดขึ้นตามมาอันเนื่องจากการทดลองใช้ระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง [8]

2.2   นักเรียนกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการเรียนผ่านระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง

กลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิเท่ากับ 3.89 อยู่ในเกณฑ์ระดับมาก  รวมทั้งครูผู้สอนและผู้ดูแลระบบ มีความพึงพอใจต่อระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงกลุ่มวิชาพื้นฐานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบางกะปิเท่ากับ 3.76 อยู่ในเกณฑ์ระดับมาก สอดคล้องกับการวิจัยของสำนักการศึกษากรุงเทพมหานครและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี [9] ได้ศึกษาเรื่องการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนผ่านสื่อออนไลน์ พบว่า นักเรียนในขั้นทดลองใช้มีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนการสอนผ่านสื่อออนไลน์อยู่ในระดับมาก  และครูในขั้นทดลองใช้มีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนการสอนผ่านสื่อออนไลน์อยู่ในระดับมาก วงพักตร์ ภู่พันธ์ศรี และศิรินันท์  ดำรงผล [10] กล่าวถึงการสร้างความพึงพอใจโดยครูช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์เพิ่มขึ้นว่า  ครูควรทำให้นักเรียนทราบว่าความสำเร็จขึ้นอยู่กับความสามารถและความพยายาม  ส่วนความล้มเหลวเกิดจากความไม่พยายามทำ โดยเมื่อใดที่นักเรียนทำสำเร็จก็ชี้ให้เห็นว่าเกิดจากความสามารถและความพยายาม  และเมื่อใดที่นักเรียนทำไม่สำเร็จก็ชี้ให้เห็นว่าเกิดจากนักเรียนไม่มีความพยายาม (จุดมุ่งหมายที่ตั้งใจนักเรียนต้องทำได้จริง)

     2.3 ผลการรับรองและปรับปรุงแก้ไขระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน พบว่า องค์ประกอบของระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง ทั้ง 8 องค์ประกอบ อยู่ในระดับมีความเหมาะสม  โดยผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นว่าระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงสามารถนำไปใช้ได้จริง  สอดคล้องกับการวิจัยของเอกนฤน บางท่าไม้ [11] ได้ทำการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงเพื่อเสริมสร้างจริยธรรมด้านความรับผิดชอบต่อการเรียนสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี พบว่า รูปแบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงทั้ง    8 องค์ประกอบ ได้แก่ ปฐมนิเทศการเรียนและแผนการเรียนรู้  ผู้สอนสร้างแรงจูงใจในการเรียนและสนับสนุน  ผู้สอนทบทวนและเชื่อมโยงความรู้เดิม นำเสนอเนื้อหาและกิจกรรมที่ส่งเสริมจริยธรรมด้านความรับผิดชอบ สร้างลักษณะนิสัยโดยสนับสนุนให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้  สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือ  แนะนำให้ข้อมูลป้อนกลับ และส่งเสริมคุณลักษณะด้านความรับผิดชอบที่พึงประสงค์และประเมินจริยธรรมด้านความรับผิดชอบ มีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ได้จริง

 

ข้อเสนอแนะ

1.       ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้

1.1   การนำระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงไปใช้ โรงเรียนต้องคำนึงถึงความพร้อมของ

โรงเรียนและตัวนักเรียนเป็นสำคัญ เนื่องด้วยครูผู้สอนและนักเรียนควรมีความรู้พื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ และโรงเรียนต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพรองรับระบบการสื่อสารในปัจจุบันได้

1.2   ก่อนใช้การเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง ควรตรวจสอบความพร้อมทุกอย่างให้เรียบร้อย

การเข้าถึงระบบออนนไลน์ต้องพร้อมใช้งาน และสามารถรองรับการใช้งานของนักเรียนที่เข้าใช้งานพร้อมกัน ซึ่งอาจเกิดปัญหาในการใช้งานได้

 

 

1.3   ผลจากการวิจัยพบว่าการเรียนรู้แบบอีเลิร์นนิงช่วยพัฒนาส่งเสริมให้นักเรียนมี

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น และยังช่วยให้นักเรียนสามารถเลือกเรียนในเนื้อหาสาระที่สนใจได้ ดังนั้น       จึงควรส่งเสริมให้มีการเรียนรู้แบบอีเลิร์นนิงในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น หรือในระดับชั้นอื่นในโรงเรียน

2.       ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป

2.1   ควรมีการศึกษาวิจัยระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงในรูปแบบอื่นที่หลากหลาย

เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้เกี่ยวข้องได้นำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละโรงเรียน

2.2   ควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนเพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาโรงเรียน

ในด้านต่าง ๆ

2.3   ควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานระหว่างการเรียนแบบ

อีเลิร์นิงและวิธีการเรียนการสอนแบบอื่น

 

เอกสารอ้างอิง

[1] กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑.

กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

[2] ฐาปนีย์ ธรรมเมธา. (2557). อีเลิร์นนิ่ง: จากทฤษฏีสู่การปฏิบัติ e-Learning: from theory to practice.         

          กรุงเทพฯ: บริษัท สหมิตรพริ้งติ้งแอนด์พับลิสซิ่ง จำกัด.

[3] สุดาว เลิศวิสุทธิไพบูลย์. (2557, ตุลาคม-ธันวาคม). เทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ e-learning. จุลสาร

          สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพออนไลน์. 9(4): 25.

[4] ราชบัณฑิตยสถาน. (2555). พจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ:

                    อรุณการพิมพ์.

[5] Stair, R.M. & Reynold, G.W. (2001). Principles of Information systems. (5 th ed.).

Boston: Course Technology.

[6] Khan, Badrul H. (1997).  Web-Based Instruction. Englewood Cliffs, New Jersey:

          Educational Technology Plublication.

[7] Ritchie, D. & Hoffman, B. (1997).  Incorporating instructional design principles with the

World Wide Web. In Kahn, B. (ED.) Web-based instruction. Englewood Cliffs,

NJ: Educational Technology Publication.

[8] ชุมพล เสมาขันธ์. (2552, มกราคม-ธันวาคม). รูปแบบการวิจัยและพัฒนา. วารสารวิทยาศาสตร์.   

10: 97-104.

[9] สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานครและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. (2556). การศึกษาวิจัย

           เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนผ่านสื่อออนไลน์. กรุงเทพฯ: กรุงเทพมหานคร.

 

[10] วงพักตร์ ภู่พันธ์ศรี และศิรินันท์  ดำรงผล. (2557). จิตวิทยาพัฒนาการประยุกต์ทางการศึกษา.

กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

[11] เอกนฤน บางท่าไม้. (2553). การพัฒนารูปแบการเรียนแบบอืเลิร์นนิงเพื่อเสริมสร้างจริยธรรมด้าน

            ความรับผิดชอบต่อการเรียนสำหรับนนักศึกษาปริญญาตรี. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. (หลักสูตรและการสอน)

            กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ผู้เขียน : ทิชา แสงเล็ก
หน่วยงาน : งานประชาสัมพันธ์ สพม.2
อังคาร ที่ 7 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2561
เข้าชม : 94
Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.


วิชาการ 5 อันดับล่าสุด

      การพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนบางกะปิ 7 / ส.ค. / 2561
      รายงานการพัฒนาครูผู้ช่วย กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 6 / มิ.ย. / 2560
      การพัฒนาการบริหารงานวิชาการแบบ“พลังอำนาจภาวะผู้นำ”เพื่อสร้างเสริม ศักยภาพการจัดการเรียนรู้อย่างเข้มแข็ง 20 / มี.ค. / 2560
      การบริหารโรงเรียนแบบ 3 บูรณาการเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน สู่ผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน 20 / มี.ค. / 2560
      การพัฒนากระบวนการบริหารงานวิชาการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์เพื่อส่งเสริม การจัดเรียนการสอนสู่นักเรียนที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนบ้านท่านางแนว 20 / มี.ค. / 2560


เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์จัดการความรู้
สิทธิของสมาชิก สามารถบันทึกขุมความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดาวน์โหลดได้
คลิกที่นี่สมัครสมาชิก
    
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๒
ลาดพร้าว สามเสนนอก ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
โทรศัพท์ โทรสาร